redeem
ประโยคสัญญารัก
ประโยคสัญญารัก
ประโยคสัญญารัก

นักเเสดง : ลลิตา ศศิประภา, เศรษฐพงศ์ เพียงพอ (เต๋า)

กำกับ : พลัฏฐ์พล มิ่งพรพิชิต

ประเภท : Romance, Drama

วันที่เข้าฉาย :2013-07-18 00:00:00

เรื่องย่อ :

"จิ้ง"หนุ่มผู้ที่ค้นพบความรักของตัวเองตั้งแต่วัยรุ่นเช่นเดียวกับเด็กทั่วๆไป ทว่ารักของเขาไม่ได้เกิดขึ้นกับคนที่รุ่นราวคราวเดียวเหมือนคนอื่นๆ เขาได้มอบหัวใจให้กับ"เอี๊ยม"ผู้หญิงที่อายุต่างกันร่วมยี่สิบปี ถึงแม้ความรักของทั้งคู่ดูไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ทั้งสองก็พยายามปรับจูนและทำอะไรเพื่อซึ่งกันและกันมากมาย จนเป็นความรักที่น่าอิจฉาในสายตาของใครต่อใคร ท่ามกลางความหอมหวาน ความสุขและความอบอุ่นนั้น ในขณะที่เข็มนาฬิกาหมุนเดิน เด็กหนุ่มเริ่มเติบโตและหญิงสาวก็เริ่มร่วงโรย เมื่อความรักทั้งคู่ต้องวิ่งไล่แข่งกับเวลา เมื่อความพยายามเริ่มเหนื่อย เมื่อเหตุผลเป็นเพียงแค่ข้ออ้าง จนนำมาสู่คำถามว่า ยิ่งทะเลาะยิ่งเข้าใจกันมากขึ้น หรือ ยิ่งทะเลาะยิ่งรู้จักกันน้อยลงกันแน่ ท้ายที่สุดแล้วความรักของทั้งสองจะไปกันรอดรึไม่

40+20กำลังรักกัน...ประโยคสัญญารัก

Review : ประโยคสัญญารัก

      
รักต่างวัยที่มีกำแพงกั้นหลายชั้นของ เอี๊ยม (หมิว ลติตา ปัญโญภาส) แม่หม้ายลูกหนึ่ง กับ จิ้ง (เต๋า AF5 เศรษฐพงศ์ เพียงพอ) เด็กนักเรียนชั้นม.6 กำแพงชั้นแรก อายุ 40/20 ฝ่ายหญิงอายุมากกว่าฝ่ายชายถึง 20 ปี
กำแพงชั้นที่สอง คุณครูกับลูกศิษย์ คิดจะรักกันฉันท์ชู้สาวก็ผิดทำนองคลองธรรมแล้ว
กำแพงชั้นที่สาม ฐานะทางสังคม ผู้หญิงรวย มั่นคง ผู้ชายยังแบมือขอเงินที่บ้าน ต้องทำงานพิเศษ เมื่ออยากได้อะไรสักอย่าง

ปัญหาที่ดูใหญ่ที่สุด หนักหนาที่สุดก็เห็นทีจะหนีไม่พ้นเรื่องของอายุที่ห่างกันจนในชีวิตจริงแม่ลูกบางคู่ก็อายุ 40/20 ห่างกัน 20ปี แบบนี้มีถมไป แต่ในเมื่อเรื่องรักมันออกแบบไม่ได้ ถ้าสองคนที่อายุห่างกันขนาดนี้จะรักกันได้ ก็ต้องร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคไปให้รอด จิ้งเองที่เป็นคนดื้อรั้นดึงดัน สัญญากับเอี๊ยมคุณครูสอนภาษาอังกฤษของตัวเองว่า "ถ้าใช้เหตุผล ผมคงไม่สามารถรักพี่ได้ แต่ถ้าใช้ความรู้สึก ผมคงไม่สามารถอยู่ได้โดยไม่มีพี่" แม้มันจะดูเป็นไปได้ยาก แต่เอี๊ยมก็รับรักเด็กม.6 และพยายามใช้ชีวิตคู่ร่วมกันเหมือนคู่รักปกติทั่วไป จนหลายคนอิจฉาความรักของทั่งคู่


แต่เมื่อเข็มนาฬิกาหมุนเดินไป จิ้งเริ่มเติบโตขึ้น เห็นโลกมากขึ้น พบเจอกับใคร...ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ขณะที่เอี๊ยมก็เริ่มกังวล กับสังขาร ความโรยยา ในขณะที่แฟนเด็กกำลังหนุ่มขึ้น ตัวเองกลับรู้สึกแก่ลง ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่แค่ที่สังขารของคนสองคน แต่ความคิดต่างหากที่มันมีแก็บระหว่างวัย ส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่ดูยากจะราบรื่น...

หนังเริ่มต้นเหมือนจะไปได้ดี แม้ว่าจะมีกลิ่นอายของหนังนักเรียนคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา แต่พอดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ เหมือนกู่ไม่กลับ ผู้กำกับบูม พลัฏฐ์พล มิ่งพรพิชิต ทีเพิ่งจะผ่านพ้นจากวัยเรียนมาไม่นาน ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่งานของเขาจะยังคงมีกลิ่นของความเป็นหนังนักเรียนอยู่บ้าง และดูเหมือนว่า ผู้กำกับบูม จะมีของเยอะและอยากจะปล่อยของมาในหนังใหญ่เรื่องแรกของตัวเองชนิดที่ทะลักทะล้น ทั้งคำคม ซับพล็อตหลายพล็อตที่ประดังประเด ลงมาอยู่ในหนังเรื่องนี้ จนดูๆ ไปแล้วคนดูก็เริ่มงงว่า ไอ้ประโยคสัญญารักที่ว่าน่ะ มันประโยคไหนกันแน่... บางเรื่องที่เหมือนจะเป็นความลับของพระเอกและเพื่อนสนิท ก็ถูกใส่เข้ามาชนิดไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย และทำคนดูงงๆ ว่าต้องการจะสื่ออะไร หรือคำพูดบางประโยค บางตอนของตัวละครที่เหมือนต้องการจะบอกอะไรกับผู้ชม แต่พอเรืองเฉลยมันก็ไม่ได้มีอะไร ช่วงท้ายๆ ของหนังเริ่ม ออกทะเลไปไกล กว่าจะกลับลำเข้าฝั่งมาได้


ด้านการแสดงต้องยกเครดิตให้กับ หมิว ลติตา ปัญโญภาส ที่เป็นนักแสดงคนเดียวในเรื่องที่ทำให้คนดู "เชื่อ" ในอารมณ์ของเอี๊ยมในซีนดราม่าได้ ในขณะที่ เต๋า เศรษฐพงศ์ เพียงพอ พระเอกใหม่ถอดด้ามที่ผ่านงานหนังมา 1 เรื่อง (ยอดมนุษย์เงินเดือน) กับละครอีกประปราย ก็ถือว่าใช้ได้กับบทเด็กหนุ่มที่กำลังโตแต่ดันอยาก "ชกข้ามรุ่น" ไปมีความรักกับสาวสูงวัย เรียกได้ว่าเต๋ามีมาตรฐานการแสดงในระดับใช้ได้ แต่ยังต้องพยายามกับซีนดราม่าอีกเยอะหน่อยถึงจะทำให้คนดูร่วมน้ำตาซึมไปด้วยได้


แต่สำหรับแฟนคลับของ เต๋า AF 8 ภาพยนตร์เรื่องนี้ประหนึ่งว่าจะสร้างมาเพื่อเซอร์วิสพวกเขาโดยตรง หลายๆ ฉากที่เราจะได้ยินเสียงแอบกรี๊ดของแฟนคลับกับฉากที่มีเสื้อผ้าน้อยชิ้นเรียกง่ายๆ ว่า "ฉากขายโอโม่" ของเต๋า เชื่อว่าแฟนคลับ เต๋า เศรษฐพงศ์ เพียงพอ จะมีความสุขกับการดู ประโยคสัญญารัก แต่กับคนดูที่หวังจะมาดูหนังรักต่างวัยที่ ลึกซึ่งกินใจ เรียกน้าตาได้ อาจจะต้องกลับบ้านไปดู "ข้างหลังภาพ" เพื่อความฟินที่แท้จริงกันอีกสักรอบ


สรุปโดยรวม นักแสดงไม่ใช่ปัญหา พล็อตเรื่องธรรมดา แต่ผู้กำกับอาจจะต้องอาศัยประสบการณ์มากกว่านี้ เพื่อคุมเส้นเรื่อง และลำดับความคิด ให้กระชับ และตรงประเด็นมากขึ้น และเรียนรู้เรื่องการ Tie in สินค้าในหนังอย่างมีศิลปะที่แยบยลมากกว่านี้ เอาเป็นว่า "ประโยคสัญญารัก" เป็นหนังไทยอีกเรื่องหนึ่งที่ "พอดูได้" โดยห้ามคาดหวัง... ปล่อยให้ผู้กำกับนำเสนออะไรๆ ที่เขาอยาก เหมือนประโยคที่เขาใส่ผ่านปากตัวละครในหนังเรื่องนี้อยู่บ่อยๆ คือ "ทำอะไรถ้ามีความสุข ก็ทำไปเถอะ" (แต่คนดูจะมีความสุขหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่งนะ :p)


ปล. เสียดายมากๆ ที่หนังเรื่องนี้ไม่สามารถ ดึงเอา "ของ" ที่ เบบี้มายด์ ปรัชญานันท์ สุวรรณมณี มีอยู่ออกมาสร้างสีสันให้กับหนังได้ เธอก็เลยกลายเป็นตัวประกอบธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้นเอง

 

อัพเดทข่าวหนังทั้งไทย-เทศ กับ TrueMovie ได้ีอีกช่องทางที่
FB : TrueMovie App : True Movie
Comment
Advertisement
Suggestion
What If
What If
View 375
Trailer